เจาะลึก… โครงสร้างทางวิทยาศาสตร์ของน้ำตา ทำไมสิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องมีน้ำตา

เพื่อน ๆ เคยสงสัยไหมคะว่า ทำไมสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่นั้นถึงมีน้ำตา ซึ่งน้ำตามักจะมาพร้อมกับการบ่งบอกอารมณ์ ความรู้สึกที่ไม่ได้มาเฉพาะเมื่อเรารู้สึกเสียใจเท่านั้น แต่น้ำตายังสามารถมาพร้อมกับความรู้สึกที่หลากหลายได้ เช่น ความรู้สึกดีใจ กลัว ปลื้มปิติ และความรู้สึกอื่น ๆ อีกมากมาย

วันนี้เราจะมาเจาะลึกโครงสร้างทางวิทยาศาสตร์ของน้ำตากัน จะมีอะไรน่าสนใจบ้างนั้น เรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะ

หน้าที่ของน้ำตา

น้ำตาเป็นของเหลวที่ช่วยคงความชุ่มชื้นให้แก่ดวงตา ช่วยทำความสะอาดและชะล้างดวงตาจากสิ่งสกปรก ฝุ่น และควันต่าง ๆ ช่วยปกป้องดวงตาจากการติดเชื้อ แต่ถึงแม้ว่าน้ำตาอาจจะทำให้ดวงตาดูพร่ามัวไปบ้าง แต่หากไม่มีน้ำตา เพื่อน ๆ จะมองทุกอย่างเลือนลางมากกว่าค่ะ

น้ำตาของสิ่งมีชีวิต มีอยู่ 3 ประเภท

1. น้ำตาทั่ว ๆ ไป (Basal)

มีส่วนประกอบของน้ำมัน น้ำ และเกลือ (มิน่าล่ะ ทำไมน้ำตาถึงเค็ม) น้ำตาประเภทนี้จะช่วยปกป้องดวงตาจากการติดเชื้อ และช่วยรักษาน้ำมันในดวงตาให้สมดุล นอกจากนี้ยังช่วยปกป้องดวงตาจากชั้นบรรยากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย

2. น้ำตาชะล้างดวงตา (Iritant)

มาจากต่อมผลิตน้ำตาบริเวณใต้คิ้ว น้ำตาชนิดนี้จะไหลออกมาเมื่อเพื่อน ๆ ปอกเปลือกหอม อาเจียน หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา น้ำตาชนิดนี้มีหน้าที่ในการชำระล้างดวงตาให้สะอาดและคงค่าความสมดุลของดวงตาอยู่เสมอ

3. น้ำตาแห่งอารมณ์ (Psychic Tear)

น้ำตาประเภทนี้มักจะมาพร้อมกับอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์โศกเศร้า ร้องไห้ ดีใจ มีความสุข โกรธ และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยพบว่าน้ำตาประเภทนี้มีความเชื่อมโยงกับอารมณ์ ฮอร์โมน และสารเคมีในสมอง

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับน้ำตา

ทำไมในน้ำตาถึงมีเกลือเป็นส่วนผสม

จากทฤษฎีการพัฒนาทางสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกใบนี้ถูกกล่าวว่ามีการพัฒนามาจากสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล ดังนั้นในเลือด น้ำตา และเหงื่อจึงมีส่วนผสมของเกลืออยู่

ทำไมร้องไห้ต้องมีน้ำตา

อย่างที่ได้อธิบายไปเบื้องต้นแล้วว่าน้ำตามีความเชื่อมโยงกับอารมณ์ ฮอร์โมน และสารเคมีในสมอง เมื่อมีอารมณ์เกิดขึ้นสารสื่อประสาทจะส่งไปยังสมองไปกระตุ้นสารเคมีในสมองที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ จึงทำให้ขับน้ำตาออกมา

ผู้หญิงร้องไห้บ่อยกว่าผู้ชายจริงหรือไม่

จริงค่ะ ถึงแม้ว่าจะหาเหตุผลมารองรับไม่ได้ แต่จากการศึกษานั้นพบว่าผู้หญิงร้องไห้มากกว่าผู้ชายมากถึง 60% เลยทีเดียว

ถือเป็นความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับร่างกายของเราที่หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนเลยล่ะค่ะ เพื่อน ๆ สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลที่เป็นความรู้เกี่ยวกับร่างกายของมนุษย์ได้ โดยการเข้ามาที่ microbiology-asia.com นะคะ