เบาหวานอันตรายที่มองไม่เห็น พร้อมย่องเข้าหาทุกคนหากไม่ระวังตัว

ผลสำรวจจากทั่วโลกพบว่า ประชากรโลกเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นทุกปี ด้วยพฤติกรรมของมนุษย์ที่เปลี่ยนไป การทำงานหนัก มีประชุมทั้งวัน กลับบ้านดึก กินอาหารแล้วเข้านอนทันที ใช้ชีวิตโดยไม่ได้ออกกำลังกาย เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้มนุษย์ออฟฟิศเป็นโรคเบาหวานเพิ่มมากขึ้น

เบาหวานมาจากไหน

เรามักจะเข้าใจว่าโรคเบาหวานมาจากน้ำตาล แต่นั่นเป็นการเข้าใจที่ผิด เพราะเบาหวานไม่ได้เกิดจากน้ำตาลที่อยู่ในอาหารแต่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากเซลล์ของร่างกายและฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งอาหารที่เรารับประทานเข้าไปนั้นมีส่วนสำคัญต่อโรคเบาหวาน น้ำตาลที่ส่งผลดีต่อร่างกายนั้นจะให้สารกลูโคส ซึ่งส่งผ่านไปตามเส้นเลือด และเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายเพื่อสร้างพลังงาน สมองจะควบคุมการทำงานของน้ำตาล หากระดับน้ำตาลในเลือดสูง ตับอ่อนจะสร้างฮอร์โมนอินซูลินออกมาเพื่อควบคุมน้ำตาล

                เบาหวานเป็นภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) หรือเกิดอาการดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้กระบวนการดูดซึมน้ำตาลในเลือด เพื่อใช้เป็นพลังงานของเซลล์ในร่างกายมีความผิดปกติ หรือทำงานได้ไม่เต็มที่ จนเกิดน้ำตาลสะสมในเลือดในปริมาณที่มากเกินปกติ หากร่างกายอยู่ในสภาวะนี้เป็นเวลานานจะทำให้อวัยวะต่าง ๆ เสื่อมโทรม เกิดโรค และอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ขึ้นได้

เบาหวานแบ่งเป็น 2 ประเภท

เบาหวานประเภท 1 เป็นประเภทที่ร่างกายขาดฮอร์โมนอินซูลิน และเบาหวานประเภท 2 เป็นประเภทที่ร่างกายได้รับฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ หรือฮอร์โมนอินซูลินไม่ทำงาน จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเรา ทำให้พบโรคเบาหวานประเภท 2 มากขึ้นซึ่งไม่เพียงแต่พบในผู้ที่อยู่ในวัยทำงานเท่านั้น แต่ยังพบในเด็กและเยาวชนซึ่งมีน้ำหนักเกินมาตรฐานอีกด้วย

เบาหวานนั้นมักจะไม่แสดงอาการให้เห็นในระยะแรก ๆ แต่จะมีข้อสังเกตดังนี้

  • มีอาการหิวน้ำผิดปกติ และดื่มน้ำหลายลิตรต่อวัน
  • ปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวันและกลางคืน
  • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หมดแรง
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • หิวบ่อย หิวมาก
  • น้ำหนักลดทั้ง ๆ ที่กินอาหารปกติ
  • เกิดอาการคันที่ผิวหนัง
  • สายตาพร่ามัว
  • มีอาการแผลอักเสบ
  • แผลหายช้า
  • หย่อนสมรรถภาพทางเพศ
  • เยื่อหุ้มสมองผิดปกติ

สิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อป้องกันเบาหวานประเภท 2

  • หากอ้วนผิดปกติควรลดน้ำหนัก
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ให้ร่างกายได้ทำกิจกรรมต่อเนื่องอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง เช่น เดิน ครั้งละ 30-45 นาที
  • กินอาหารประเภทให้พลังงานต่ำและไม่ขัดขาว
  • กินสลัดและผักสดมากกว่าอาหารประเภทอื่น
  • ลดปริมาณของหวาน
  • กินอาหารโปรตีนทุกมื้อ
  • ใช้น้ำมันมะกอกในการประกอบอาหาร
  • หลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูปต่าง ๆ
  • ดื่มน้ำอย่างน้อย 5 ลิตรต่อวัน (น้ำธรรมดาที่ไม่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ)

จากความเชื่อที่ว่าเบาหวานเกิดจากกรรมพันธุ์ที่ส่งต่อสู่รุ่นลูก รุ่นหลานได้ แต่อันที่จริงแล้ว ทุกคนล้วนมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ทั้งนั้น และกลับกันหากเราดูแลตัวเองอย่างดี ทั้งเรื่องการกิน ออกกำลังกาย และการพักผ่อน ต่อให้มี 10 คนในบ้านเป็นเบาหวาน เราก็จะเป็นคนที่รอดจากโรคได้อยู่ดี