Category Archives: โรคร้าย

เส้นเลือดในสมองแตก  รู้ทัน ป้องกันการเสียชีวิต

เส้นเลือดในสมองแตก หรือโรคหลอดเลือดสมอง (Cerebrovascular Accident หรือ Stroke) เป็นภาวะที่สมองขาดเลือดและออกซิเจน เนื่องจากหลอดเลือดตีบ อุดตัน หรือแตก เลือดจึงไม่สามารถไหลเวียนไปยังสมองได้ เมื่อเซลล์สมองถูกทำลายแล้ว ก็ไม่สามารถควบคุมระบบต่าง ๆ ให้ทำงานได้เป็นปกติ อาการของโรคเส้นเลือดในสมองถือว่ามีความรุนแรงมาก และต้องได้รับการรักษาทันทีเพราะจะมีอันตรายถึงชีวิตได้

อาการของเส้นเลือดในสมองแตก แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ

1.ระยะที่เส้นเลือดเริ่มตีบตัน ส่งผลทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองไม่สะดวก สมองจึงได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ เกิดอาการ ตาพร่ามัว อาการชาตามร่างกาย และอาจจะหมดสติได้ เมื่อมีอาการเหล่านี้ให้ไปพบแพทย์โดยทันที

2.ระยะเส้นเลือดในสมองแตก เป็นระยะที่อันตรายมาก เนื่องจากจะมีเลือดออกในสมอง ต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน เสี่ยงต่อการเป็นอัมพาต

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดเส้นเลือดในสมองแตก

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุด คือ โรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน เพราะการที่มีน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้หลอดเลือดแข็งทั่วร่างกาย ผู้ที่ป่วยด้วยโรคหัวใจ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหัวใจผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ พฤติกรรมการสูบบุหรี่ การใช้ยาเสพติด หรือดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก รวมถึงการที่ร่างกายมีไขมันในเลือดสูง เพราะไขมันที่สะสมตามผนังหลอดเลือด จะกีดขวางการลำเลียงเลือด บุคคลในครอบครัวเคยมีประวัติเส้นเลือดในสมองแตกก็มีโอกาสเป็นโรคเส้นเลือดในสมองแตกได้เช่นกัน

หากคุณกำลังสงสัยตนเองมีอาการของโรคเส้นเลือดในสมองแตก ลองปฏิบัติตาม 3 ข้อนี้

  1. ทดลองยิ้ม ถ้ายิ้มแล้วไม่มีอาการปากเบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือ ผิดปกติไปจากเดิม แสดงว่าปกติดี
  2. พูดประโยคที่มีประโยคที่สมบูรณ์ เช่น วันนี้ทานข้าวหรือยัง แล้วไม่มีผิดเพี้ยน ลิ้นไม่พันกัน แสดงว่าปกติ
  3. ยกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้น ถ้ายกได้โดยไม่รู้สึกว่ายาก ก็แสดงว่าปกติดี

การป้องกันเส้นเลือดในสมองแตก

การเกิดเส้นเลือดในสมองแตกมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย การป้องกันอาการจึงเน้นไปที่การดูแลระบบไหลเวียนเลือดและการทำงานของหัวใจให้เป็นไปตามปกติ ซึ่งสามารถทำได้โดยควบคุมน้ำหนัก และรูปร่างให้เหมาะสม ออกกำลังกายเป็นประจำ ทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำพวกผักและผลไม้ ไม่สูบบุหรี่และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

หมั่นตรวจระดับไขมันในเลือด หลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมัน และต้องตรวจความดันโลหิต และควบคุมความดันให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมสม่ำเสมอ

นอกจากการดูแลสุขภาพร่างกายแล้ว ต้องดูแลจิตใจให้เบิกบานตลอดเวลา หลีกเลี่ยงความเครียด ซึ่งการที่ดูแลสุขภาพกายควบคู่ไปกับสุขภาพใจ ย่อมเป็นการรักษาสุขภาพที่ดี อย่างตรงจุดโดยแท้จริง

 

บุหรี่ไฟฟ้า กับเสียงบอกต่อว่าอันตรายมีน้อยกว่าแบบปกติ

บุหรี่นั้นทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่ามีอันตรายต่อสุขภาพ พอมีบุหรี่ไฟฟ้าออกมาจำหน่าย ซึ่งนอกจากจะทันสมัยแล้ว บางคนยังมีความเชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีอันตราย เพราะไม่มีควันพิษ บุหรี่ไฟฟ้าจึงเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ บุหรี่ไฟฟ้าอาจจะมีสารนิโคตินน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดา แต่สารเคมีอื่นที่อยู่ก็อันตรายไม่น้อยไปกว่าบุหรี่ธรรมดาเลย

อันตรายในบุหรี่ไฟฟ้า

ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำอาจจะรู้สึกว่า การสูบบุหรี่แบบเดิมที่เคยสูบนั้นมีข้อจำกัดมากขึ้นกว่าเดิม เพราะถูกจำกัดพื้นที่ในการสูบบุหรี่ จึงหันมาหาทางออกด้วยการสูบบุหรี่ไฟฟ้า นอกจากไม่มีควัน หรือมีควันน้อยแล้ว ยังพกง่าย เวลาสูบก็ไม่ต้องวิ่งหาที่เขี่ยบุหรี่ แถมไม่มีก้นบุหรี่เหลือให้ลำบากต้องหาถังขยะด้วย

ในความเป็นจริงแล้วบุหรี่ทั้งสองชนิดมีอันตรายไม่แตกต่างกัน ควันและไอของสารเคมีในบุหรี่ไฟฟ้าก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้มหาศาล จากการวิจัยของนักวิจัยในบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุผลจากห้องวิจัยซึ่งชี้ให้เห็นว่า 60% ของผู้ทดลองมีแนวโน้มว่าจะเป็นมะเร็งจากสารฟอร์มาลดีไฮด์ (formaldehyde) ในบุหรี่ไฟฟ้า  ฟอร์มาลดีไฮด์เป็นแก๊สที่อุณหภูมิห้อง ไร้สี และมีกลิ่นฉุนระคายเคืองเป็นลักษณะเฉพาะตัวของสารชนิดนี้

การหายใจเอาสารฟอร์มาลดีไฮด์เข้าไปในปอดนาน ๆ จะทำให้เกิดปอดอักเสบ หรือเกิดการอักเสบเรื้อรังในระบบทางเดินหายใจ จนทำให้เกิดเป็นมะเร็งในจมูกและท่อหายใจได้ สารฟอร์มาลดีไฮด์ในบุหรี่ไฟฟ้าจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นเมื่อได้รับความร้อน

ปริมาณสารสารฟอร์มาลดีไฮด์ในบุหรี่ไฟฟ้า

                ค่าโดยเฉลี่ยของปริมาณสารฟอร์มาลดีไฮด์ที่พบในบุหรี่ไฟฟ้านั้น มากกว่าปริมาณที่พบโดยทั่วไปในที่พัก ในห้อง หรือในที่ทำงาน ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ในสวิตเซอร์แลนด์ถือว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีสารฟอร์มาลดีไฮด์สูงกว่าปริมาณปกติที่พบถึง 5 เท่า ส่วนในสหรัฐอเมริกาถือว่ามากกว่าปริมาณปกติถึง 70 เปอร์เซ็นต์ เรียกได้ว่าไม่ควรสูดดมสารชนิดนี้แม้แต่วินาทีเดียว

นอกจากนี้การวิจัยยังพบว่า 3 ใน 5 ของผู้ทดลองทั้งหมดได้รับผลกระทบจากสารไดอะซิติล (Diacetyl) ซึ่งเป็นสารที่เพิ่มกลิ่นหอมในบุหรี่ ในเยอรมนีเรียกสารประเภทนี้ว่า “เป็นสารที่ก่อวิกฤตให้สุขภาพ” เพราะเป็นสารที่ก่อให้เกิดอันตรายกับปอด และระบบทางเดินหายใจได้ ซึ่งสารประเภทนี้เป็นส่วนผสมในของเหลวของบุหรี่ไฟฟ้า ที่ทำมาจาก สตรอว์เบอร์รี่, มะพร้าว, หรือคาราเมล

บุหรี่ไฟฟ้าทำให้วัยรุ่นติดบุหรี่เพิ่มขึ้น

                หากเปรียบเทียบกันแล้วบุหรี่ไฟฟ้ามีสารนิโคตินน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดา แต่กลับพบว่าคนที่เริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าจะเปลี่ยนไปสูบบุหรี่ธรรมดามากขึ้น เนื่องจากการเสพสารนิโคติน จะทำให้ร่างกายต้องการสารนิโคตินเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

จากการสำรวจในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า 22 เปอร์เซ็นต์ของวัยรุ่นอายุ 14 ปีที่เริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นลำดับแรก เมื่อร่างกายติดสารนิโคตินก็จะเปลี่ยนไปสูบบุหรี่ธรรมดา ส่วนวัยรุ่นอายุระหว่าง 15-19 ปีนั้นมีสถิติสูงถึง 32.7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าการสำรวจในสวิตเซอร์แลนด์ถึง 15.3 เปอร์เซ็นต์ จากข้อมูลนี้สามารถสรุปได้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นตัวที่ทำให้คนรุ่นใหม่ติดบุหรี่ธรรมดาเพิ่มมากขึ้น

เราจะเห็นได้ว่าแท้ที่จริงแล้วบุหรี่ไฟฟ้านั้นไม่ได้ต่างจากบุหรี่ธรรมดา ขึ้นชื่อว่าบุหรี่ไม่ว่าจะเป็นแบบใดก็ก่ออันตราย และทำลายสุขภาพของเราได้เช่นกัน เห็นคนสูบบุหรี่ไฟฟ้าก็ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ เราอาจจะไม่ได้ดมควันพิษและไม่ได้กลิ่นเหม็น แต่จะได้ดมสารพิษแทน