Tag Archives: ยุงก้นปล่อง

ไข้มาลาเรีย ภัยร้าย…ของคนเดินป่า

ไข้มาลาเรียเป็นโรคติดต่อผ่านแมลงชนิดหนึ่ง โดยมียุงก้นปล่องเป็นพาหะ ซึ่งโปรโตซัวที่อยู่ในสกุลพลาสโมเดียมเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคนี้ สายพันธุ์ที่ก่อโรคที่สำคัญในคนมี 5 สายพันธุ์ ได้แก่ Plasmodium falciparum, P. vivax, P. malariae, P. ovale และ P. knowlesi สาเหตุหลักของการติดต่อคือถูกยุงก้นปล่องที่มีเชื้อนี้กัด นอกจากนี้ยังพบได้จากการเปลี่ยนถ่ายเลือด หรือลูกที่ได้รับเลือดจากแม่ที่ติดเชื้อผ่านทางรกอีกด้วย โดยไข้มาลาเรีย ยังถูกเรียกในชื่ออื่น ๆ อีก เช่น ไข้จับสั่น ไข้ป่า ไข้ดง ไข้ร้อนเย็น ไข้ดอกสัก ไข้ป้าง เป็นต้น

กลับจากเดินป่า ชายแดน หากมีไข้ อย่าลืมนึกถึงโรคนี้

โรคมาลาเรียเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่พบในประเทศเขตร้อน และกึ่งเขตร้อนซึ่งมีสภาพอากาศเหมาะสมต่อการแพร่พันธุ์ของยุงก้นปล่อง โดยในประเทศไทยจะพบมากบริเวณที่เป็นป่า เขา แหล่งน้ำสะอาดตามธรรมชาติ เช่น ลำธาร น้ำตก เป็นต้น โดยเฉพาะบริเวณชายแดน ที่การบริการทางด้านสาธารณสุขยังไม่ดีพอ

อาการของโรค หลังจากถูกยุงพาหะ(ยุงเพศเมียซึ่งมีเชื้อก่อโรคอยู่ในตัว) กัดจะมีระยะฟักตัวประมาณ 10-14 วัน เริ่มแรกจะมีไข้ไม่เป็นเวลา โดยจะมีอาการไข้ต่ำ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัวและกล้ามเนื้ออาจมีอาการคลื่นไส้และเบื่ออาหารร่วมด้วย ต่อมาเมื่อเชื้อเข้าสู่เม็ดเลือดแดงและทำให้เม็ดเลือดแดงแตกแล้วจะทำให้มีไข้สูง หนาวสั่น เหงื่อออก ในช่วงเวลาเดิม ๆ ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์เพราะหากปล่อยไว้อาจมีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา เช่น ภาวะมาลาเรียขึ้นสมอง โลหิตจาง ไตวาย ซึ่งอาจส่งผลให้เสียชีวิตได้

 การป้องกัน โรคมาลาเรียไม่มีวัคซีนและในประเทศไทยพบว่ามีภาวะดื้อยาของเชื้อมาลาเรีย จึงไม่แนะนำให้รับประทานยาเพื่อป้องกัน ดังนั้นการป้องกันไม่ให้ยุงกัดจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เมื่อต้องเข้าไปในพื้นที่ ๆ มีความเสี่ยงของโรคนี้ ซึ่งทำได้โดย สวมเสื้อผ้าปกปิดร่างกายให้มิดชิด นอนในมุ้งที่ชุบสารเคมีที่มีฤทธิ์ไล่ยุงและแมลง ใช้ยาทาหรือยาจุดกันยุง เป็นต้น

  อัตราการเกิด โรคที่น้อยลง นำไปสู่ความหวังในการกำจัดโรค

ในปัจจุบันประเทศไทยมียุทธศาสตร์กำจัดโรคมาลาเรีย พ.ศ.2560-2569 เนื่องจากปัญหาเชื้อมาลาเรียดื้อยายังคงมีอยู่ประเทศไทย มีอัตราอุบัติการณ์ต่อโรคในประชากรน้อยกว่า 1/1000 คน และประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดนต่างให้ความร่วมมือในการกำจัดโรคนี้ นอกจากนี้ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่มีอยู่ จึงมีความคาดหวังว่าจะกำจัดโรคนี้ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ตั้งไว้ได้

ไข้มาลาเรียถึงแม้จะมีอัตราการเกิดโรคน้อยลงแต่ก็ยังคงสามารถเกิดได้อยู่เสมอ นอกจากนี้ยังพบภาวะดื้อยาและบางครั้งรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตเลยทีเดียว การป้องกันตัวเองเมื่อเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญ และหากพบความผิดปกติใด ๆ อย่าลืมรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที