Tag Archives: ลดน้ำหนัก

พลังงานในอาหาร สี ความอ้วน และการลดน้ำหนัก

อาหารแต่ละชนิดนั้นให้พลังงานแตกต่างกัน สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือควบคุมน้ำหนักจึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

การกินอาหารโดยไม่ใส่ใจปริมาณพลังงานในอาหาร จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็วแม้จะกินเพียงนิดเดียวก็ตาม

ในขณะเดียวกันสีก็มีผลต่อการกระตุ้นความอยากอาหาร นอกจากดูปริมาณพลังงานแล้ว อาจจะต้องดูสีอาหารที่เราเลือกกินด้วย
พลังงาน 200 แคลอรี่ อาจจะฟังดูเป็นปริมาณที่ไม่มาก และไม่น่าจะมีน้ำหนักเท่าไหร่ แต่พลังงาน 200 แคลอรี่สามารถทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มได้มากกว่า 1 กิโลกรัม มะเขือเทศ 1.4 กิโลกรัม เบียร์ครึ่งลิตร และช็อกโกแลต 40 กรัม ทั้งหมดที่กล่าวมามีปริมาณที่ต่างกัน แต่ให้พลังงานในปริมาณที่เท่ากัน

โดยเฉลี่ยผู้ใหญ่ 1 คน ต้องการพลังงานประมาณ 2,000 แคลอรี่ต่อวัน ราสามามารถกินมากหรือน้อยก็ได้ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรากิน และปริมาณพลังงานของสิ่งนั้น เช่น เราอาจจะกินมะเขือเทศได้ถึง 12 กิโลกรัม กินกล้วยได้ 2.3 กิโลกรัม หรือกินเนยได้เพียง 270 กรัมเท่านั้น

ซาลาเปามี 55 กรัมใหัพลังงาน 200 แคลอรี่ เราสามารถเลือกกินแอปเปิลแทนการกินซาลาเปาได้ 350 กรัม หรือกินมะเขือเทศได้ถึง 1.4 กิโลกรัมเลยทีเดียว ซึ่งหากเทียบกับเนยก็สามารถกินเนยได้เพียง 25 กรัมเท่านั้น ช็อกโกแลต 40 กรัมให้พลังงาน 200 แคลอรี่เท่ากับการกินขนมปังฝรั่งเศส 70  กรัม สิ่งที่ประหยัดพลังงานที่สุดคือ สลัด เราต้องกินผักกาดหอมโดยไม่นับรวมน้ำสลัดถึง 2 กิโลกรัมจึงจะได้พลังงาน 200 แคลอรี่ และอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำมาก ๆ จะให้พลังงานน้อย

เครื่องดื่มและปริมาณแคลอรี่

                เครื่องดื่มบางชนิดเพิ่มแคลอรี่ให้ร่างกายได้ ตัวอย่างเช่น น้ำอัดลม 510 กรัม ให้พลังงาน 200 แคลอรี่ ปริมาณเท่ากับกินซูชิ 40 กรัม ส่วนเบียร์นั้นให้ปริมาณพลังงานมากกว่า เบียร์ครึ่งลิตรให้พลังงาน 200 แคลอรี่ เท่ากับลูกวอลนัทประมาณ 30 กรัม

สีกับการลดน้ำหนัก

สีแดง คือสีที่เป็นสัญลักษณ์ของความรักและพลังงาน ในอาหารก็เช่นเดียวกันสีแดงมีอิทธิพลต่ออาหาร การศึกษาของโรงเรียนนานาชาติในอิตาลี ให้ผลที่น่าประหลาดใจว่า สีแดงนั้นมีความหมายต่ออาหารมากกว่าที่เราคิด

ย้อนกลับไปในยุคนักล่า และผู้เผยแผ่ศาสนา ในยุคนั้นคนจะเลือกกินแต่อาหารสีแดง เพราะเปรียบเทียบจากจากผลไม้ที่ยิ่งแดงก็ยิ่งสุก และคนสมัยนั้นก็รู้ว่าผลไม้ยิ่งสุก ยิ่งให้คุณค่าทางโภชนาการ มีสารอาหารที่สำคัญ เป็นแหล่งให้พลังงานและโปรตีนแก่ร่างกาย ความรู้เรื่องผลไม้สีแดงของคนยุคนั้นยังอยู่ และส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน

อาหารสีแดงกระตุ้นความรู้สึกให้อยากกินอาหาร ในทางกลับกันอาหารสีเขียวกลับทำให้ความอยากอาหารมีน้อยลง ผลจากการศึกษาชี้ว่าเป็นผลพวงมาจากยุคโบราณเช่นกัน คนโบราณรู้ว่าอาหารสีเขียวจากธรรมชาติให้พลังงานน้อยกว่าสีแดง ซึ่งความรู้และสิ่งที่ได้จากยุคโบราณนี้ ในปัจจุบันถือเป็นข้อดี เพราะช่วยในแง่ของผู้ต้องการลดน้ำหนัก

ผู้ที่ต้องการมีสุขภาพดี มีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม ควรใส่ใจเรื่องอาหารการกิน การควบคุมปริมาณแคลอรี่อาจจะฟังดูเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่การเลือกกินด้วยการแยกสี เช่นกินผักสีเขียวให้มากขึ้น กินอย่างอื่นในปริมาณที่น้อยลง ก็เป็นตัวเลือกและเป็นทางออกที่ดี

 

Fasten ลืมอาหารวันละหนึ่งมื้อ เพื่อสุขภาพ

กระแสการอดอาหารหนึ่งมื้อที่เรียกว่า Fasten นั้นกำลังมาแรง เพราะเชื่อว่าการอดอาหารนั้นดีต่อร่างกาย ช่วยลดน้ำหนัก ป้องกันโรคความจำเสื่อม อาการวิกลจริต และมะเร็งหน้าอก การแกล้งลืมอาหารนี้จะทำให้ร่างกายเราชินและปรับตัวได้เอง 

Fasten การอดอาหารไม่ใช่เรื่องใหม่

เมื่อพิจารณาดูในแง่มุมของศาสนาจะเห็นได้ว่า การอดอาหารนั้นมีมาตั้งแต่โบราณกาล แทบจะทุกศาสนา ตัวอย่างเช่น

                ศาสนายิว หรือยูดาห์ มีวันหยุดทางศาสนาหลายวัน สำหรับการอดอาหารเป็นการชำระบาป โดยการสูบยาและมีเพศสัมพันธ์แทนอาหาร

                ศาสนาอิสลาม มีเดือนอดอาหารที่เรียกว่า “รอมฎอน” ถือว่าเป็นเดือนที่สำคัญที่สุดเดือนหนึ่ง ชาวมุสลิมจะต้องอดอาหารเพื่อที่จะได้เข้าถึงอัลลอฮ์ เป็นการอุทิศส่วนกุศล ระลึกถึงภาวะขาดแคลนอาหาร และผู้ที่ไม่ได้รับการดูแลจากสังคม

                ศาวนาคริสต์ การถือศีลอดจะมีขึ้นในวันแรกของการถือศีลบวช ไปจนถึงเทศกาลอีสเตอร์ เป็นการระลึกถึงพระเยซูในช่วง 40 วันในทะเลทราย

                ศาสนาพุทธ แม้จะไม่มีระบุแน่ชัดถึงการถือศีลอดสำหรับชาวพุทธ แต่พระในพุทธศาสนาก็กำหนดให้พระสงฆ์ฉันอาหารเพียง 2 มื้อเท่านั้น

ทั้งนี้ในเรื่องของการถือศีลอดนั้น แทบจะทุกศาสนามีข้อยกเว้นสำหรับผู้ป่วย เด็ก คนชรา และคนท้อง 

นักวิจัยเรื่องการอดอาหารมีเหตุผลว่าทำไมต้องอดอาหาร

                ผลที่ได้จากการวิจัย คือ ช่วยเพื่อป้องกันโรคความจำเสื่อม เมื่อร่างกายได้รับอาหารน้อยลง เซลล์จะทำลายระบบการนำของเสียกลับมาใช้ใหม่ และทำลายคราบจุลินทรีย์ทั้งหลาย แทนการสะสมในร่างกาย นักวิจัยระบุว่าช่วงที่ควรงดอาหารคือ คนอายุวัยกลางคน สำหรับผู้สูงวัย หรือผู้ป่วยสูงวัยการอดอาหาร อาจส่งผลร้ายต่อร่างกาย การอดอาหารสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคความจำเสื่อม ถือว่าเป็นการบำบัดชนิดหนึ่ง

แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่ทราบข้อเท็จจริงทุกอย่างเกี่ยวกับการอดอาหาร แต่ผลการวิจัยก็ให้ผลลัพท์ว่าการอดอาหารของผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งนั้นส่งผลในทางที่ดี แต่ควรอดอาหารโดยได้รับคำแนะนำจากแพทย์

ผู้ที่ไม่ควรอดอาหาร

บุคคลต่อไปนี้ไม่ควรอดอาหาร

  • เด็กและเยาวชนไม่ควรอดอาหาร หากต้องทำเพราะเหตุผลของน้ำหนักเกิน ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และไม่ควรอดอาหารเป็นเวลานาน แต่ควรปรับอาหารให้เหมาะสม
  • หญิงมีครรภ์ และผู้ที่ต้องให้นมบุตร มารดาไม่ควรอดอาหาร เพราะการลดน้ำหนักมีความเสี่ยงสูงทั้งต่อตนเองและต่อบุตร
  • ผู้สูงอายุ เพราะมีผลต่อสุขภาพ
  • ผู้ป่วยทางจิต หรือ ผู้เป็นโรคเบาหวาน
  • ผู้ที่ต้องรับประทานยารักษาโรคประจำตัวต่าง ๆ

การอดอาหารนั้นมีหลายลักษณะ

  • ควรเลือกตามความเหมาะสม และความต้องการว่าต้องการจะอดอาหารเพื่ออะไร
  • ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ต้องระวังเรื่องอินซูลิน
  • ผู้ที่ต้องการอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ร่างกายต้องได้รับปริมาณแคลอรี่ที่เพียงพอต่อวัน เพื่อไม่ให้เกิดอาการโยโย่

แม้จะมีผลการวิจัยว่าการอดอาหารนั้นมีประโยชน์ แต่การอดอาหารโดยคำนึงถึงแต่เรื่องการลดน้ำหนัก จนลืมว่าร่างกายคนเรานั้นต้องการสารอาหารเพื่อซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ อาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร และเกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ จึงควรคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นหลัก การอดและลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไปจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า